smart-lighting

ไฟถนนอัจฉริยะกับเกณฑ์ Smart Energy ของ depa ก้าวสำคัญสู่เมืองประหยัดพลังงาน

S

SmartCityStack

ไฟถนนอัจฉริยะกับเกณฑ์ Smart Energy ของ depa  ก้าวสำคัญสู่เมืองประหยัดพลังงาน

ไฟถนนอัจฉริยะกับเกณฑ์ Smart Energy ของ depa ก้าวสำคัญสู่เมืองประหยัดพลังงาน

ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ควบคู่ไปกับการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว แนวคิด เมืองอัจฉริยะ จึงกลายเป็นวาระสำคัญระดับโลกและระดับชาติ การสร้างเมืองที่ชาญฉลาดและน่าอยู่ จำเป็นต้องอาศัยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากร หนึ่งในหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ คือการบริหารจัดการ พลังงาน อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นแกนหลักภายใต้แนวคิด Smart Energy และสำหรับประเทศไทย หน่วยงานที่รับผิดชอบในการขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรมคือ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa (ดีป้า)

บทบาทของ ไฟถนน ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่คู่กับทุกเมืองมาอย่างยาวนาน กำลังถูกพลิกโฉมด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อให้ไม่ใช่แค่เพียงอุปกรณ์ให้แสงสว่างยามค่ำคืน แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ Smart Energy ของ depa และนำไปสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะอย่างแท้จริง บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจว่าไฟถนนอัจฉริยะสามารถตอบโจทย์เกณฑ์ Smart Energy ของ depa ได้อย่างไร และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อการพัฒนาเมืองได้อย่างไรบ้าง

depa กับกรอบการพัฒนา เมืองอัจฉริยะ และเกณฑ์ Smart Energy

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานและขับเคลื่อนการพัฒนา เมืองอัจฉริยะ ของประเทศไทย โดยได้กำหนดกรอบแนวคิดและเกณฑ์การประเมินเมืองอัจฉริยะใน 7 มิติหลัก หนึ่งในนั้นคือ Smart Energy ซึ่งมุ่งเน้นการบริหารจัดการพลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล และส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน เพื่อสร้างความยั่งยืนด้านพลังงานในระยะยาว

เกณฑ์ Smart Energy ของ depa ครอบคลุมประเด็นสำคัญดังนี้

  • การบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้เทคโนโลยีเพื่อลดการใช้พลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร สถานที่สาธารณะ และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ
  • การส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน การสนับสนุนและลงทุนในแหล่งพลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ลม ชีวมวล เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • การพัฒนาโครงข่ายพลังงานอัจฉริยะ (Smart Grid) การนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในการควบคุมและจัดการระบบผลิต ส่ง และจำหน่ายพลังงาน เพื่อให้เกิดความเสถียรและยืดหยุ่น
  • การสร้างแพลตฟอร์มข้อมูลพลังงาน การเก็บรวบรวม วิเคราะห์ และแสดงผลข้อมูลการใช้พลังงาน เพื่อให้สามารถวางแผนและตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยเกณฑ์เหล่านี้ depa มุ่งหวังให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีแนวทางที่ชัดเจนในการพัฒนาเมืองไปสู่ความยั่งยืนด้านพลังงาน และนี่คือจุดที่ ไฟถนน อัจฉริยะเข้ามามีบทบาทสำคัญ

ไฟถนนอัจฉริยะ (Smart Streetlight) หัวใจสำคัญของการบริหารจัดการ พลังงาน ใน เมืองอัจฉริยะ

จากเดิมที่ไฟถนนเป็นเพียงอุปกรณ์ให้แสงสว่างที่ทำงานตามกำหนดเวลาและสิ้นเปลืองพลังงานสูง ไฟถนน อัจฉริยะได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเหล่านี้ด้วยการผสานเทคโนโลยี Internet of Things (IoT), เซ็นเซอร์, การเชื่อมต่อเครือข่าย และระบบควบคุมจากส่วนกลาง ทำให้สามารถบริหารจัดการแสงสว่างได้อย่างชาญฉลาดและยืดหยุ่น

คุณสมบัติพื้นฐานของไฟถนนอัจฉริยะที่แตกต่างจากไฟถนนแบบดั้งเดิมคือ

  • การเชื่อมต่อ สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (เช่น LoRaWAN, NB-IoT, 4G/5G) เพื่อสื่อสารข้อมูลและรับคำสั่ง
  • เซ็นเซอร์ ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับแสง, การเคลื่อนไหว, อุณหภูมิ, ความชื้น, หรือแม้แต่มลพิษทางอากาศ
  • การควบคุมระยะไกล สามารถเปิด-ปิด หรี่แสง หรือตั้งเวลาการทำงานได้จากศูนย์ควบคุม
  • การวิเคราะห์ข้อมูล รวบรวมข้อมูลการใช้งานและสิ่งแวดล้อมเพื่อการวิเคราะห์และวางแผน

ความสามารถเหล่านี้ทำให้ไฟถนนอัจฉริยะเป็นมากกว่าแหล่งกำเนิดแสง แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของเมืองและประชาชนได้อย่างแท้จริง

คุณสมบัติของ ไฟถนนอัจฉริยะ ที่สอดคล้องกับเกณฑ์ Smart Energy ของ depa

การนำ ไฟถนน อัจฉริยะมาใช้คือการลงทุนที่คุ้มค่าและเป็นไปตามทิศทางการพัฒนา Smart Energy ของ depa ในหลายมิติ

1 การประหยัด พลังงาน อย่างชาญฉลาด (Smart Energy Saving)

  • การหรี่แสงตามความเหมาะสม (Adaptive Dimming) ไฟถนนอัจฉริยะสามารถปรับความสว่างของแสงได้ตามสภาพแวดล้อม เช่น หรี่แสงลงในชั่วโมงที่มีการจราจรน้อย หรือปรับความสว่างให้มากขึ้นเมื่อตรวจพบการเคลื่อนไหว ซึ่งช่วยลดการใช้ พลังงาน ไฟฟ้าลงได้อย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับไฟถนนแบบเดิมที่ต้องเปิดสว่างเต็มที่ตลอดเวลา
  • การตรวจจับความเคลื่อนไหว (Motion Sensing) การติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวช่วยให้ไฟสว่างขึ้นเมื่อมีคนหรือรถผ่าน และหรี่แสงลงเมื่อไม่มีการเคลื่อนไหว ลดการสูญเสียพลังงานโดยไม่จำเป็น
  • การจัดการตารางเวลา (Scheduling) ระบบสามารถตั้งตารางเวลาการเปิด-ปิด หรือปรับความสว่างตามช่วงเวลาต่างๆ ของวันได้แม่นยำยิ่งขึ้น

สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เมืองสามารถบรรลุเป้าหมายด้านประสิทธิภาพการใช้ พลังงาน ซึ่งเป็นหัวใจหลักของเกณฑ์ Smart Energy

2 การบริหารจัดการ พลังงาน แบบบูรณาการ (Integrated Energy Management)

  • ระบบควบคุมส่วนกลาง (Centralized Control System) แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ช่วยให้ อปท สามารถตรวจสอบสถานะการทำงานของไฟถนนทุกดวงในเมืองได้แบบเรียลไทม์ ควบคุมการเปิด-ปิด หรือหรี่แสงได้จากระยะไกล และสามารถระบุตำแหน่งที่เกิดความขัดข้องได้ทันที
  • การวิเคราะห์ข้อมูลการใช้พลังงาน ระบบจะรวบรวมข้อมูลการใช้ พลังงาน ของแต่ละดวงไฟ ซึ่งสามารถนำมาวิเคราะห์แนวโน้มการใช้พลังงาน คาดการณ์ค่าใช้จ่าย และวางแผนการบำรุงรักษาได้อย่างแม่นยำ
  • การบูรณาการกับระบบ Smart Grid ในอนาคต ไฟถนนอัจฉริยะสามารถเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อหรือเซ็นเซอร์เพิ่มเติมให้กับระบบ

ความสามารถในการบริหารจัดการแบบรวมศูนย์และข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ สอดคล้องกับเกณฑ์ของ depa ที่ต้องการให้เมืองมีการจัดการพลังงานแบบองค์รวม

3 การรองรับ พลังงาน หมุนเวียน (Renewable Energy Integration)

  • ไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์อัจฉริยะ การผสานแผงโซลาร์เซลล์เข้ากับระบบไฟถนนอัจฉริยะ ช่วยให้แต่ละดวงสามารถผลิตและกักเก็บ พลังงาน ได้เอง ลดภาระการพึ่งพากริดไฟฟ้าหลักและลดการปล่อยคาร์บอน
  • การจัดการแบตเตอรี่อัจฉริยะ ระบบจัดการพลังงานในตัวแบตเตอรี่ช่วยให้สามารถใช้งานพลังงานที่กักเก็บไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

การส่งเสริมการใช้ พลังงาน หมุนเวียนเป็นเป้าหมายสำคัญของ depa และไฟถนนอัจฉริยะสามารถเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมาใช้ในโครงสร้างพื้นฐานของเมือง

4 การสร้างแพลตฟอร์มสำหรับ IoT และข้อมูล (IoT Platform & Data)

  • ศูนย์กลางข้อมูลเมือง เสาไฟถนนอัจฉริยะสามารถติดตั้งเซ็นเซอร์ได้หลากหลาย เพื่อรวบรวมข้อมูลสำคัญต่างๆ เช่น คุณภาพอากาศ, ระดับเสียง, การจราจร, ความหนาแน่นของประชากร ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นต่อการพัฒนา เมืองอัจฉริยะ ในมิติอื่นๆ
  • การรองรับบริการอื่นๆ เสาไฟอัจฉริยะสามารถทำหน้าที่เป็นจุดกระจายสัญญาณ Wi-Fi สาธารณะ, จุดชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า, หรือแม้กระทั่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบกล้องวงจรปิดเพื่อความปลอดภัย

การเป็น “โครงสร้างพื้นฐานข้อมูล” นี้ สอดคล้องกับเป้าหมายของ depa ในการสร้างแพลตฟอร์มข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการเมืองอย่างชาญฉลาด

ประโยชน์ที่ภาครัฐและประชาชนจะได้รับจาก ไฟถนนอัจฉริยะตามแนวทาง Smart Energy

สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

  • ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน การประหยัดพลังงานจากการหรี่แสงและการควบคุมที่แม่นยำสามารถลดค่าไฟฟ้าลงได้ถึง 50-70%
  • ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ระบบแจ้งเตือนความขัดข้องอัตโนมัติและอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นของหลอด LED ช่วยลดความถี่และค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง
  • เพิ่มความปลอดภัยสาธารณะ แสงสว่างที่เหมาะสมและตอบสนองต่อสถานการณ์จริงช่วยลดอุบัติเหตุและอาชญากรรม
  • การบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ การมีข้อมูลการใช้งานและสถานะของไฟถนนทุกดวง ทำให้การวางแผนและจัดการงบประมาณมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ขับเคลื่อนเป้าหมาย Smart Energy ของ depa แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาเมืองสู่ความยั่งยืนด้านพลังงาน
  • แหล่งข้อมูลเพื่อการวางแผนเมือง ข้อมูลจากเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่ติดตั้งบนเสาไฟ สามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์และวางแผนการพัฒนาเมืองในมิติอื่นๆ ได้

สำหรับประชาชน

  • คุณภาพแสงสว่างที่ดีขึ้น แสงสว่างที่เหมาะสมกับช่วงเวลาและความต้องการ ทำให้รู้สึกปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น
  • ความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น การปรับแสงให้สว่างขึ้นในพื้นที่ที่ต้องการ เช่น เมื่อมีคนเดินเท้าผ่าน ยกระดับความปลอดภัยให้กับผู้คน
  • สิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น การลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม
  • บริการเสริมในอนาคต อาจได้รับประโยชน์จากบริการ Wi-Fi สาธารณะ หรือสถานีชาร์จ EV ที่ติดตั้งบนเสาไฟอัจฉริยะ

กรณีศึกษาและแนวทางการนำไปปรับใช้ในประเทศไทย

หลายๆ เมืองในประเทศไทยได้เริ่มศึกษาและนำร่องการติดตั้ง ไฟถนน อัจฉริยะแล้ว อาทิ โครงการ เมืองอัจฉริยะ ในจังหวัดภูเก็ต ขอนแก่น หรือพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รวมถึงกรุงเทพมหานคร ซึ่งกำลังมองหาแนวทางในการบริหารจัดการ พลังงาน อย่างมีประสิทธิภาพ การนำร่องโครงการในพื้นที่ขนาดเล็ก หรือการปรับปรุงระบบไฟถนนเดิมให้เป็นระบบอัจฉริยะ (Retrofit) เป็นแนวทางที่ อปท สามารถเริ่มต้นได้

แนวทางการปรับใช้

  1. การศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study) ประเมินความต้องการ งบประมาณ และศักยภาพของพื้นที่
  2. โครงการนำร่อง (Pilot Project) เริ่มต้นจากพื้นที่ขนาดเล็กเพื่อทดสอบระบบและเก็บข้อมูลประสิทธิภาพ
  3. การคัดเลือกเทคโนโลยีและผู้ให้บริการ เลือกโซลูชันที่เหมาะสมกับบริบทของเมือง และผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญ
  4. การบูรณาการข้อมูล เชื่อมโยงข้อมูลจากระบบไฟถนนอัจฉริยะเข้ากับแพลตฟอร์มข้อมูลเมือง เพื่อการวิเคราะห์และการตัดสินใจที่ชาญฉลาด
  5. การสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วม ชี้แจงประโยชน์ต่อประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

สรุป ก้าวสู่ Smart City ด้วย Smart Energy จากไฟถนนอัจฉริยะ

การลงทุนใน ไฟถนน อัจฉริยะ ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนหลอดไฟ แต่เป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สามารถตอบโจทย์ความท้าทายด้าน พลังงาน และขับเคลื่อนการพัฒนา เมืองอัจฉริยะ ไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน ด้วยคุณสมบัติที่สอดคล้องกับเกณฑ์ Smart Energy ของ depa อย่างครบถ้วน ไฟถนนอัจฉริยะจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้เมืองไทยสามารถบรรลุเป้าหมายการประหยัดพลังงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างแท้จริง

สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานภาครัฐที่กำลังมองหาแนวทางในการพัฒนา เมืองอัจฉริยะ และต้องการขับเคลื่อนนโยบาย Smart Energy การพิจารณาโซลูชัน ไฟถนน อัจฉริยะคือจุดเริ่มต้นที่ทรงพลังและเห็นผลได้จริง

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพัฒนา Smart Energy ในเมืองของคุณหรือไม่?

ติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเมืองอัจฉริยะ หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกณฑ์ Smart Energy ของ depa เพื่อเริ่มวางแผนการเปลี่ยนแปลง ไฟถนน ของคุณสู่ยุคดิจิทัลวันนี้!