traffic-management

Smart Mobility ของ depa กุญแจไขปัญหา 'จราจร' สู่ 'เมืองอัจฉริยะ' ที่ยั่งยืน

S

SmartCityStack

Smart Mobility ของ depa  กุญแจไขปัญหา 'จราจร' สู่ 'เมืองอัจฉริยะ' ที่ยั่งยืน

Smart Mobility ของ depa กุญแจไขปัญหา 'จราจร' สู่ 'เมืองอัจฉริยะ' ที่ยั่งยืน

ในยุคที่การขยายตัวของเมืองเป็นไปอย่างรวดเร็ว ปัญหา 'จราจร' ติดขัด มลภาวะ และความไม่ปลอดภัยในการ 'การเดินทาง' ได้กลายเป็นฝันร้ายที่คุกคามคุณภาพชีวิตของประชาชนและบั่นทอนศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทยมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า แนวคิดเรื่อง 'Smart Mobility' จึงได้ถือกำเนิดขึ้น เพื่อเป็นทางออกในการเปลี่ยนแปลงระบบ 'การเดินทาง' ในเมืองให้มีประสิทธิภาพ ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และในบริบทของประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการวางกรอบและเกณฑ์เพื่อขับเคลื่อน 'Smart Mobility' ให้เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ 'เมืองอัจฉริยะ' ที่จับต้องได้

Smart Mobility คืออะไร? ความท้าทายของ 'จราจร' ในเมืองใหญ่

Smart Mobility หรือ การคมนาคมอัจฉริยะ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การนำเทคโนโลยีมาใช้กับระบบ 'จราจร' เท่านั้น แต่เป็นการบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานด้าน 'การเดินทาง' เพื่อสร้างระบบที่ชาญฉลาด มีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง เป้าหมายสูงสุดคือการลดปัญหา 'จราจร' ติดขัด ลดมลภาวะ เพิ่มความปลอดภัย และส่งเสริมทางเลือกในการ 'การเดินทาง' ที่ยั่งยืน

สำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ หรือภูเก็ต ปัญหา 'จราจร' ได้ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การขยายตัวของจำนวนรถยนต์ส่วนบุคคลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ระบบขนส่งสาธารณะที่ยังไม่ครอบคลุมและเชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์ รวมถึงการขาดข้อมูลเชิงลึกสำหรับการบริหารจัดการ 'จราจร' ที่มีประสิทธิภาพ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เมืองต่างๆ ต้องเผชิญกับความท้าทายด้าน 'การเดินทาง' อย่างหนักหน่วง และนี่คือจุดที่ Smart Mobility จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของเมืองให้ดีขึ้น

depa และบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน 'เมืองอัจฉริยะ' และ Smart Mobility

depa หรือ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นหน่วยงานหลักของประเทศไทยที่มีภารกิจในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ซึ่งรวมถึงการขับเคลื่อนโครงการ 'เมืองอัจฉริยะ' (Smart City) depa ได้กำหนดเสาหลักของ 'เมืองอัจฉริยะ' ออกเป็น 7 ด้าน และหนึ่งในเสาหลักที่สำคัญที่สุดคือ Smart Mobility เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาระบบ 'การเดินทาง' และ 'จราจร' ให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน ด้วยการวางกรอบเกณฑ์ มาตรฐาน และกลไกการสนับสนุนต่างๆ depa มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นให้หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน หันมาลงทุนและพัฒนาระบบ Smart Mobility เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ

เจาะลึกเกณฑ์ Smart Mobility ของ depa ก้าวสู่ 'การเดินทาง' ที่ยั่งยืน

เกณฑ์ Smart Mobility ของ depa ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นแนวทางให้เมืองต่างๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาและประเมินผลระบบ 'การเดินทาง' ของตนเองได้อย่างมีทิศทาง ซึ่งจะเน้นที่การใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืน เกณฑ์สำคัญที่ depa ให้ความสำคัญ ได้แก่

การจัดการจราจรอัจฉริยะ (Intelligent Traffic Management)

  • ระบบตรวจจับและวิเคราะห์ 'จราจร' แบบเรียลไทม์ การใช้เซ็นเซอร์ กล้องวงจรปิด และ AI เพื่อเก็บข้อมูลสภาพ 'จราจร' ปริมาณรถ และความเร็ว แบบทันที เพื่อนำไปวิเคราะห์และประมวลผล
  • สัญญาณไฟ 'จราจร' อัจฉริยะ การปรับเปลี่ยนรูปแบบสัญญาณไฟ 'จราจร' โดยอัตโนมัติตามสภาพ 'จราจร' จริง เพื่อลดการติดขัดและเพิ่มการไหลเวียนของรถ
  • ระบบบริหารจัดการที่จอดรถอัจฉริยะ การให้ข้อมูลที่จอดรถว่างแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อลดเวลาการหาที่จอดและลด 'จราจร' หนาแน่นในบริเวณนั้น

ระบบขนส่งสาธารณะอัจฉริยะ (Smart Public Transport)

  • การบูรณาการข้อมูล 'การเดินทาง' การรวบรวมข้อมูลระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภท (รถเมล์ รถไฟฟ้า เรือ) ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เพื่อให้ผู้ใช้สามารถวางแผน 'การเดินทาง' ได้อย่างสะดวก
  • ระบบชำระเงินแบบไร้รอยต่อ การใช้บัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือแอปพลิเคชันเพื่อชำระค่าบริการขนส่งสาธารณะทุกประเภท
  • บริการขนส่งสาธารณะแบบ On-Demand การให้บริการตามความต้องการของผู้โดยสาร เช่น รถไมโครบัส หรือรถแท็กซี่อัจฉริยะที่สามารถเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน

การส่งเสริมยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green & Sustainable Transport)

  • การสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) การติดตั้งสถานีชาร์จและส่งเสริมการใช้งานรถ EV เพื่อลดมลภาวะ
  • การส่งเสริมการเดินและการปั่นจักรยาน การสร้างทางเท้าและทางจักรยานที่ปลอดภัยและเชื่อมโยงกัน เพื่อเป็นทางเลือกในการ 'การเดินทาง' ระยะใกล้
  • การแบ่งปันยานพาหนะ (Shared Mobility) บริการรถยนต์หรือจักรยานให้เช่าระยะสั้น เพื่อลดจำนวนรถยนต์ส่วนบุคคลบนท้องถนน

ความปลอดภัยและการเข้าถึง (Safety & Accessibility)

  • ระบบแจ้งเตือนและตอบสนองเหตุฉุกเฉินอัจฉริยะ การใช้เทคโนโลยีในการตรวจจับและตอบสนองต่ออุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉินบนท้องถนนได้อย่างรวดเร็ว
  • การออกแบบระบบ 'การเดินทาง' ที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน การคำนึงถึงผู้สูงอายุ ผู้พิการ และเด็ก ในการวางแผนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน 'การเดินทาง'

การวางแผนและการบริหารจัดการข้อมูล (Data-Driven Planning & Management)

  • การใช้ Big Data และ AI เพื่อการวางแผน การวิเคราะห์ข้อมูล 'จราจร' และ 'การเดินทาง' จำนวนมหาศาล เพื่อนำมาใช้ในการวางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและนโยบายด้านคมนาคมขนส่งในระยะยาว

ประโยชน์ที่ 'เมืองอัจฉริยะ' และประชาชนจะได้รับจาก Smart Mobility

การนำแนวทาง Smart Mobility ของ depa มาประยุกต์ใช้ จะส่งผลประโยชน์อย่างมหาศาลต่อทั้ง 'เมืองอัจฉริยะ' และประชาชน

  • ลดปัญหา 'จราจร' ติดขัด ด้วยระบบบริหารจัดการ 'จราจร' ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้การเคลื่อนย้ายยานพาหนะเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น
  • ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการ 'การเดินทาง' ประชาชนสามารถวางแผน 'การเดินทาง' ได้ดีขึ้น ลดเวลาที่ต้องเสียไปบนท้องถนน
  • ลดมลภาวะทางอากาศ การส่งเสริมยานพาหนะไฟฟ้าและขนส่งสาธารณะ ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและปรับปรุงคุณภาพอากาศในเมือง
  • เพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน ระบบอัจฉริยะช่วยลดอุบัติเหตุและเพิ่มการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน
  • ยกระดับคุณภาพชีวิต การ 'การเดินทาง' ที่สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยให้ประชาชนมีเวลาพักผ่อนและทำกิจกรรมอื่น ๆ มากขึ้น
  • ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การขนส่งสินค้าและบริการที่มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการลงทุนและการท่องเที่ยว

ความท้าทายและการก้าวข้ามสู่ Smart Mobility ที่สมบูรณ์แบบ

แม้ว่า Smart Mobility จะนำมาซึ่งประโยชน์มากมาย แต่การนำไปปฏิบัติจริงก็มีความท้าทายเช่นกัน ได้แก่

  • การลงทุนและงบประมาณ การพัฒนาระบบและโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะต้องใช้งบประมาณสูง ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคสำหรับบางท้องถิ่น
  • การบูรณาการข้อมูล การเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ได้ภาพรวมของ 'การเดินทาง' ที่สมบูรณ์
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ใช้งาน การส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะและทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
  • ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การปกป้องข้อมูลและการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ต่อระบบโครงสร้างพื้นฐานด้าน 'การเดินทาง'
  • กฎระเบียบและนโยบาย การปรับปรุงกฎหมายและนโยบายให้เอื้อต่อการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้

depa เข้าใจถึงความท้าทายเหล่านี้ และได้มีการสนับสนุนในด้านการให้คำปรึกษา การจัดทำมาตรฐาน รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อร่วมกันพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละเมือง

กรณีศึกษาและตัวอย่างที่น่าสนใจในบริบทของ Smart Mobility

หลายเมืองทั่วโลกได้นำแนวคิด Smart Mobility มาใช้จริงและประสบความสำเร็จอย่างงดงาม อาทิ สิงคโปร์กับระบบขนส่งสาธารณะที่บูรณาการและแอปพลิเคชันวางแผน 'การเดินทาง' แบบครบวงจร หรือกรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ ที่มีบริการ Mobility as a Service (MaaS) ซึ่งรวบรวมทุกรูปแบบ 'การเดินทาง' ไว้ในแอปเดียว

สำหรับประเทศไทย หลายเมืองก็กำลังก้าวไปในทิศทางเดียวกัน ตัวอย่างเช่น โครงการ Smart City ในภูเก็ต มีการนำระบบ Smart Bus และ Smart Traffic Management มาใช้เพื่อบริหารจัดการ 'จราจร' และ 'การเดินทาง' ของนักท่องเที่ยวและประชาชน รวมถึงการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งสอดคล้องกับเกณฑ์ Smart Mobility ที่ depa กำหนด เพื่อมุ่งเน้นการสร้าง 'เมืองอัจฉริยะ' ที่ยั่งยืนและน่าอยู่

ก้าวสู่ 'เมืองอัจฉริยะ' ด้วย Smart Mobility

Smart Mobility ไม่ใช่เพียงแค่เทรนด์ทางเทคโนโลยี แต่คือวิสัยทัศน์ที่จะพลิกโฉมอนาคตของเมืองไทยให้หลุดพ้นจากวังวนของปัญหา 'จราจร' และก้าวเข้าสู่ยุคของ 'เมืองอัจฉริยะ' ที่สะดวกสบาย ปลอดภัย และยั่งยืน ด้วยบทบาทนำของ depa ในการวางรากฐานและสนับสนุน การที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำเกณฑ์ Smart Mobility ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาเมืองของตนเอง จึงเป็นก้าวสำคัญที่ไม่เพียงแต่จะสร้างประโยชน์ต่อประชาชนในปัจจุบัน แต่ยังเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของคนรุ่นต่อไป

การเปลี่ยนแปลงนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และแม้กระทั่งตัวประชาชนเอง ในการปรับตัวและเรียนรู้ที่จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์ระบบ 'การเดินทาง' ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

แล้วเมืองของคุณพร้อมหรือยังที่จะก้าวสู่ Smart Mobility?

หากหน่วยงานหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของคุณมีความสนใจในการพัฒนา Smart Mobility ตามแนวทางของ depa เพื่อยกระดับ 'เมืองอัจฉริยะ' ของท่าน โปรดติดต่อ depa เพื่อขอรับคำปรึกษาและแนวทางสนับสนุน โอกาสในการสร้างสรรค์ระบบ 'การเดินทาง' และ 'จราจร' ที่ชาญฉลาดและยั่งยืนกำลังรอคุณอยู่ มาร่วมกันสร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่าสำหรับเมืองไทยไปด้วยกัน